คุ ณ ค่ า ข อ ง ค น . . . คุ ณ ค่ า ข อ ง แ ม ว
posted on 14 Apr 2008 00:34 by sicksquerrel
" ช อ บ แ ม ว มั้ ย ค ะ ?? "
เป็นคำถามที่ปรากฎอยู่เสมอในบทสนทนาระหว่างฉันกับคนที่เพิ่งได้รู้จัก
ตามประสาคนเลี้ยงสัตว์ที่ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรก็หยิบเรื่องสัตว์เลี้ยงมาพูด
คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็คือ ชอบ แต่ชอบหมามากกว่า
เพราะแมวขี้อ้อนขี้ประจบเกินไป จนบางครั้งก็น่ารำคาญ
ที่บ้านฉันมีแมวเป็นสิบเลย แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นของฉันจริงๆ(ยอมให้จับ และสวมปลอกคอ)มีอยู่สามตัว
ชื่อส้มตูด น้ำเงิน แล้วก็แฝด ส้มตูดกะน้ำเงินโตกันหมดแล้วไม่ค่อยอยู่บ้าน
แค่มากินข้าวแล้วก็ออกไปเที่ยวกับสาว มีแต่หนูแฝดที่ยังเอ๊าะๆไม่ยอมโตกับเขาเสียที
ทั้งยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่เวลาเอามือไปลูบหัวเกาคางก็กัดก็ข่วน
จนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเห็นว่ามือเรานั้นเป็นอะไร
และที่จริงแล้วมันเห็นเราเป็นคนหรือเปล่า
เป็นอยู่บ่อยๆครั้งเข้าฉันก็เริ่มเบื่อหน่ายกับความเจ็บปวด
และทักษะการอาศัยในบ้านที่ยังไม่เพียงพอของมัน แล้ววันนี้ฉันก็ตัดสินใจตัดเล็บของมันออก
ระหว่างที่ตัดมันก็กัดข่วนฉันบ้าง เล็บถูกตัดออกไล่ไปทีละนิ้ว
มันยังข่วนฉันอยู่ตลอดการตัด ระดับความเจ็บลดลงเรื่อยๆตามส่วนแหลมคมที่ถูกตัดออกไป
แล้วสักพักมันก็ยอมให้ตัดอย่างว่าง่าย
.......
แต่แล้วฉันก็เจ็บปวด
เหมือนกับว่าฉันกำลังพรากสิ่งสำคัญของมันไป จริงอยู่ที่มันอาจไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว
เพราะมันเป็นแมวบ้าน มีเจ้าของ มีอาหารกินทุกมื้อ ไม่ต้องจับนกจับหนูกิน
ดีเสียอีกมันจะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนสัตว์อื่น
แต่เล็บก็ยังเป็นสิ่งที่มีไว้ให้ภูมิใจ หากมันอยากจะจับจิ้งจกเล่นยามว่างเพื่อความสุขเล็กๆ มันก็ยังมีเล็บไว้ใช้
และอาจจะจำเป็นกับมันจริงๆในอนาคตก็ได้
ฉันเป็นใครถือดีไปเปลี่ยนแปลงการสร้างสรรค์ของพระเจ้า และตัดสินใจแทนแมว
และเจ็บปวดกว่านั้นเมื่อนึกเปรียบกับตัวเอง ฉันกำลังเดินไปคนละทางกับสิ่งที่ถนัด ทิ้งความฝันให้หยดไหล
ซึมหายไปพร้อมกับความหวัง เป็นแมวบ้านเซื่องๆ กินในสิ่งที่เขาเตรียมให้ ไม่คิดฝัน ไม่พยายามดิ้นรนใดๆต่อไป
แต่ถ้าหากให้ฉันเลือกที่จะเก็บ หรือทิ้งความสามารถ ทักษะที่ครั้งนึงมันเหมือนเป็นใบเบิกทางให้ฉันไปถึงฝัน
ฉันเลือกที่จะเก็บ หากฉันอยากจะใช้มันเพื่อความสุขส่วนตัวบ้างในบางครั้ง แน่นอนว่ามันก็ยังเป็นไปได้
ฉันก็ยังสามารถจะทำได้
ในชีวิตของคนที่ไม่ปล่อยให้ตัวเองประสบความสำเร็จ จะมีสักกี่อย่างกันที่เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจ
เส้นกั้นระหว่างคนที่มีคุณค่า กับคนที่ไม่มีคุณค่า นั้นเป็นเพียงสิ่งบางๆ สิ่งเล็กน้อย
นั่นคือ ใจของเขาเองจะยอมรับ จะมองเห็นคุณค่าของตนเองหรือไม่
ฉันเคยอ่านงานของคุณต้นกล้า นัยนา มีอยู่เรื่องนึงที่ทำฉันสะดุดใจ แต่ก็จำได้ไม่ดีนัก
เขียนประมาณว่าอยากเป็นคนมีคุณค่า อยากเป็นคนที่มีความหมาย ยอมทำในสิ่งที่คนอื่นพอใจ
ยอมสูญเสียความเป็นตนเอง พยายามเท่าไหร่ๆก็ไม่สำเร็จเสียที สุดท้ายก็มานึกได้ว่า
จะเป็นคนที่มีค่ามีความหมายได้อย่างไร หากตัวเรายังมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเลย
แต่แล้วฉันก็ตัดเล็บมันครบทุกนิ้ว น้ำตาแทบไหล
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันนะคะ ขอให้มีความสุขช่วงสงกรานต์ค่ะ
edit @ 14 Apr 2008 02:42:07 by ก ร ะ ร อ ก จิ ต ห ลุ ด
edit @ 14 Apr 2008 02:49:13 by ก ร ะ ร อ ก จิ ต ห ลุ ด