"  ช อ บ แ ม ว มั้ ย ค ะ ??  "

                  

 เป็นคำถามที่ปรากฎอยู่เสมอในบทสนทนาระหว่างฉันกับคนที่เพิ่งได้รู้จัก

ตามประสาคนเลี้ยงสัตว์ที่ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรก็หยิบเรื่องสัตว์เลี้ยงมาพูด

คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็คือ ชอบ แต่ชอบหมามากกว่า

 เพราะแมวขี้อ้อนขี้ประจบเกินไป จนบางครั้งก็น่ารำคาญ

         

             ที่บ้านฉันมีแมวเป็นสิบเลย แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นของฉันจริงๆ(ยอมให้จับ และสวมปลอกคอ)มีอยู่สามตัว

ชื่อส้มตูด น้ำเงิน แล้วก็แฝด ส้มตูดกะน้ำเงินโตกันหมดแล้วไม่ค่อยอยู่บ้าน

แค่มากินข้าวแล้วก็ออกไปเที่ยวกับสาว มีแต่หนูแฝดที่ยังเอ๊าะๆไม่ยอมโตกับเขาเสียที

ทั้งยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่เวลาเอามือไปลูบหัวเกาคางก็กัดก็ข่วน

จนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเห็นว่ามือเรานั้นเป็นอะไร

และที่จริงแล้วมันเห็นเราเป็นคนหรือเปล่า

 

            เป็นอยู่บ่อยๆครั้งเข้าฉันก็เริ่มเบื่อหน่ายกับความเจ็บปวด

และทักษะการอาศัยในบ้านที่ยังไม่เพียงพอของมัน แล้ววันนี้ฉันก็ตัดสินใจตัดเล็บของมันออก

ระหว่างที่ตัดมันก็กัดข่วนฉันบ้าง เล็บถูกตัดออกไล่ไปทีละนิ้ว

มันยังข่วนฉันอยู่ตลอดการตัด ระดับความเจ็บลดลงเรื่อยๆตามส่วนแหลมคมที่ถูกตัดออกไป

แล้วสักพักมันก็ยอมให้ตัดอย่างว่าง่าย

.......

แต่แล้วฉันก็เจ็บปวด

 

         เหมือนกับว่าฉันกำลังพรากสิ่งสำคัญของมันไป จริงอยู่ที่มันอาจไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว

เพราะมันเป็นแมวบ้าน มีเจ้าของ มีอาหารกินทุกมื้อ ไม่ต้องจับนกจับหนูกิน

ดีเสียอีกมันจะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนสัตว์อื่น

แต่เล็บก็ยังเป็นสิ่งที่มีไว้ให้ภูมิใจ หากมันอยากจะจับจิ้งจกเล่นยามว่างเพื่อความสุขเล็กๆ มันก็ยังมีเล็บไว้ใช้

และอาจจะจำเป็นกับมันจริงๆในอนาคตก็ได้

ฉันเป็นใครถือดีไปเปลี่ยนแปลงการสร้างสรรค์ของพระเจ้า และตัดสินใจแทนแมว

       

       และเจ็บปวดกว่านั้นเมื่อนึกเปรียบกับตัวเอง ฉันกำลังเดินไปคนละทางกับสิ่งที่ถนัด ทิ้งความฝันให้หยดไหล

ซึมหายไปพร้อมกับความหวัง เป็นแมวบ้านเซื่องๆ กินในสิ่งที่เขาเตรียมให้ ไม่คิดฝัน ไม่พยายามดิ้นรนใดๆต่อไป

แต่ถ้าหากให้ฉันเลือกที่จะเก็บ หรือทิ้งความสามารถ ทักษะที่ครั้งนึงมันเหมือนเป็นใบเบิกทางให้ฉันไปถึงฝัน

ฉันเลือกที่จะเก็บ หากฉันอยากจะใช้มันเพื่อความสุขส่วนตัวบ้างในบางครั้ง แน่นอนว่ามันก็ยังเป็นไปได้

ฉันก็ยังสามารถจะทำได้ 

ในชีวิตของคนที่ไม่ปล่อยให้ตัวเองประสบความสำเร็จ จะมีสักกี่อย่างกันที่เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจ

       
    เส้นกั้นระหว่างคนที่มีคุณค่า กับคนที่ไม่มีคุณค่า นั้นเป็นเพียงสิ่งบางๆ สิ่งเล็กน้อย

นั่นคือ ใจของเขาเองจะยอมรับ จะมองเห็นคุณค่าของตนเองหรือไม่

    

     ฉันเคยอ่านงานของคุณต้นกล้า นัยนา มีอยู่เรื่องนึงที่ทำฉันสะดุดใจ แต่ก็จำได้ไม่ดีนัก

เขียนประมาณว่าอยากเป็นคนมีคุณค่า อยากเป็นคนที่มีความหมาย ยอมทำในสิ่งที่คนอื่นพอใจ

ยอมสูญเสียความเป็นตนเอง พยายามเท่าไหร่ๆก็ไม่สำเร็จเสียที สุดท้ายก็มานึกได้ว่า

จะเป็นคนที่มีค่ามีความหมายได้อย่างไร หากตัวเรายังมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเลย

 






แต่แล้วฉันก็ตัดเล็บมันครบทุกนิ้ว น้ำตาแทบไหล






ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันนะคะ ขอให้มีความสุขช่วงสงกรานต์ค่ะ

                                 

edit @ 14 Apr 2008 02:42:07 by ก ร ะ ร อ ก จิ ต ห ลุ ด

edit @ 14 Apr 2008 02:49:13 by ก ร ะ ร อ ก จิ ต ห ลุ ด